And Finally my vacation will finish soon…

after our hard walk( yes, walked and walked)Athens(Greece) Rome,Pisa(Italy) and Paris (france)

Heres the place that I would love to visit the Most…

**Santorini Island***   Since I saw  the movie  The Sisterhood of travelling Pants.

The Sisterhood of The Traveling Pants 2

I fall in love with the view of That small island


We stayed at Iriana Apartment.. This Place AB-So-LUTE-LY Wonderful….

If you visit Santorini, I would love you to stay in this place…

really nice place, the best view for sunset,

with the old lady who always taking care of us..…

My Bf told me that  she cried when we left(Checked out)

and keep saying Thank you thank you that we stay in her apartment, Such a cute lady  …

Check this link out.

Our first day in santorini, we do nothing… hahah….

Just we took flight from Paris To Athens and then to Santorini…… my ass hurt…

But since I saw the view of the sunset, I feel like,, all my glooming day,

bad feeling, ass hurt,, all Is Gone… Just by seeing the sunset…

I don’t know How to describe that. But I feel like its Heaven on Earth,,, breath taking…

We walk to our Hotel…

The Hotel in Good Location. Nice view… from the view of our room.

We can see a really nice sunset, I think even better in Oia village.,,

( Oia is the famous place to see sunset,, everybody that visit Santorini must go to Oia…

Im happy  that I can have more time with my baby.. as in other country,

he always walk and walk and take photoes.he love to walk a lot. Till I feel like. Aren’t he tired???

But now we have our relax time.more time together, I love it.

Enjoy the pics and have a wonderful day.

santorini 2

Greece (Delphi)


Part II

Yes. As I said on my first part  that my flight arr late and

we have to waiting for our friends,

so that’s why we only have Night pics for the first night.

For today (second night in Athens)

we woke up early and we heading The Parthenon Acropolis.

Buy the ticket. The ticket fee is 12 euro/person(adult)

Ticket also valid for







I walked and walked, till I feel like my legs cant walk anymore.

And you know what. At Acropolis, Ok. They have souvenir shop,

small post office, beverage shop which is have lemonade, watermelon shake,

orange juice.ect. But they Do Not Have WATER!! Yes water.. cant believe. But Pls believe me.

They not sell water up there. I don’t know why. So Pls bring your water with you,

otherwise you have to walk down to plaka(restaurant area)to buy WATER…which is around 10 min away.

We walked around acropolis for a day..*yes One day*….

After we all tired (in evening time) we went to eat around Plaka. I think for me Plaka is like Suanlum night bazaar,

You just imagine.the place with many restaurant and souvenir shop.not allow car in that area.

For next day we head up north to DELPHI…

Some Info about Delphi****

Delphi in ancient times was considered the center of the known world, the place where heaven and earth met.

This was the place on earth where man was closest to God. In Mythology,

Delphi was the meeting place of two eagles, released by Zeus and sent in opposite directions.

Where they met indicated the center of the earth.

Delphi is known as the center of worship for the God Apollo,

son of Zeus who embodied moral discipline and spiritual clarity.

But even before the area was associated with Apollo there were other deities worshipped here including the earth goddess Gea,

Themis, Demeter and Poseidon, the well known god of the sea.

By the end of the Mycenaean period Apollo had displaced these other deities and became the guardian of the oracle.

Thank you Matt Barret from info. If you interest you can log on

Or its gonna be easy for you if you saw the Movie 300. about Spartan(Greece)

if you remember the scene that the king go up to ask the Oracle girl about what he has to do or what gonna  happen to his city..

If you would like to head up to Delphi.  You can go there by Bus.the fee = 13.60 euro/person,its take around 3 hours to get there.

It even more a good idea if you will stay for one night there.

In winter time that place will be so crowd ,ppl head up north for skiing. Lucky that im not there in winter time…lol….

Im gonna so so FReeZING>>>>>>>






One month???

God… time pass so fast, cant believe that its almost one month already…

Im I change?/ oh yes, I think im getting thinner while my bf getting fatter,,, he eat and eat and eat,

Yes I eat too…eat like a cat… yes of course. I don’t like those food, bread,pizza,ect.

All the time that I eat, I have to order ketchup.

Coz it help me to eat.(i think its like NamPla)

Our flight arrive at the airport in Athens afternoon time. But we have to waiting for our 2 friends.

They re sisters Becca and Deb.

We wait like almost 2 hours but they not arr we think.

Theres must be something wrong with them.

So Dave he walk up and check with the airline.

And yes. They missed their flight… so we both decided to go to the Hotel first .

We checked in for our room and their room too.

Our room located  in Acropolis area.

We can walk to Acropolis and Plaka area so easily

Heres are some pics that I choose from our pics.

We have like than thousand… my bf love to take picture a LOT…..


athen at nite




Girl vs man

dawood and habibi

วีซ่ากรีก/วีซ่ากรีซ part IV

รอสักพักก็ได้สัมภาษณ์ ไม่ต้องกลัวการสัมภาษณ์นะคะ

ถ้าเราเตรียมตัวทุกอย่างมาดี แล้วมีสิ่งที่เชื่อถือได้ว่าเราจะไม่ไปเป็นโรบินฮูดบ้านเค้า

แล้วเค้าก็มีพี่คน คอยช่วยแปลให้ด้วยคะ ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะพูดกันไม่รู้เรื่อง

ก็พอถึงคิวอันนี่ ก็เดินเข้าไปในออฟฟิต มีประตูกระจกกั้นสองชั้นแนะ

ก็เดินไปที่ห้องท่านกงสุล มองเข้าไปก็เจอผู้ชายกรีกร่างท้วมๆ อายุประมาณ ห้าสิบเห็นจะได้

ก็เดินเข้าไปและยกมือไหว้ ยิ้มสวยๆทีนึง(อิ อิ)

คิดในใจ  ไม่ยักมีคนช่วยแปลแฮะ สงสัยฮีเห็นใบสมัครแล้วคิดว่าเราน่าจะพูดภาษาอังกฤษได้

เออ เอาก็เอา งูงูปลาปลากะเค้าหน่อย

ก็แนะนำตัวเสร็จ ท่านกงสุลก็ดูรายละเอียดที่เรายื่นประกอบวีซ่า

ก็ถามว่าเราจะไปกับใคร อันนี่บอกว่าจะไปกับแฟน แล้วก็เพื่อนๆ

ท่านก็ถามว่ารู้จักแฟนมานานยัง เค้าทำอาชีพอะไร ทำไมเราถึงอยากไปกรีซ รู้จักใครที่กรีซไหม

รู้อะไรเกี่ยวกับกรีกบ้าง   ก็ท่านถามอะไรก็ตอบไปตามความเป็นจริง ไม่ต้องกลัว อย่าโกหกหรือกุเรื่องขึ้นมา

คุยกันไป คุยกันมา ชักจะนอกเรื่องเสียมากกว่า แต่ท่านกงสุลท่าทางเป็นคนใจดี

และเท่าที่คุยกัน ท่านก็เพิ่งย้ายมาประจำที่เมืองไทย เลยอยากรู้เรื่องเกี่ยวกับเมืองไทยด้วย

สรุปก็กลายเป็นว่า เหมือนคุยเรื่องสัพเพเหระกันไป

คุยกันได้สักพัก ท่านบอกว่า โอเค ท่านให้วีซ่าเราผ่าน

โอ้ย อยากจะกรี๊ดซะตอนนั้น แต่เดี๋ยวท่านเปลี่ยนใจ ไม่ให้วีซ่าขึ้นมา ซวยอีก

ก็ยกมือไหว้ท่านงามๆ หนึ่งที และเซย์ แต้งกิ้ว อิ อิ ได้วีซ่าแล้วเว้ย


ถ้ากลับมาจากกรีซแล้วช่วย สแกน ตอ มอ ทั้งของไทย แล้วก็กรีซ แล้วส่งอีเมล์ให้ทางสถานฑูตด้วย

อันนี่ก็ เซย์ เยส

ก่อนไปก็ถามท่านว่า จะได้ รับเล่มคืนเมื่อไหน ท่านก็บอกว่า เดี๋ยวทางสถานฑูตจะโทรบอกเอง

ก็เดินออกมาข้างนอก รอรับใบนัดเล่มอีกประมาณสิบวัน แต่ทางเจ้าหน้าที่บอกให้โทรมาถามได้ในอีก สองวัน

สรุปก็ใช้เวลาประมาณ ห้าวัน ก็ได้รับเล่มคืน

คุณชายเดฟตัวดี พอบอกว่าอันนี่ได้ วีซ่าแล้ว รีบแจ้น จองตั๋วเครื่องบินเลย


สรุป ก็ ถ้าอยากจะไปเที่ยวกรีซจริงๆ ก็ควรศึกษา หรืออ่านคร่าวๆกี่ยวกับประเทศเค้าหน่อย

เผื่อโดนเรียกสัมภาษณ์ จะได้ไม่ตื่นเต้น เค้าแค่ทำการสุ่มเรียกสัมภาษณ์ ไม่ได้เรียกทุกคน

ขอให้ทุกคนโชคดีนะคะ  อันนี่ต้องไปจัดตารางการเดินทางแล้ว เพราะมี แพลน จะ บินไปโรม อิตาลี แล้วก็ ปารีส ฝรั่งเศสด้วย



วีซ่ากรีก/วีซ่ากรีซ(Part III)

อ้าละน่ะ อันนี่กลับมาอีกแล้ว  กว่าจะมีเวลามาเขียนต่อ โอ้ย นานมาก ช่วงนี่งานยุ่ง

มาพูดถึงการขอวีซ่ากันก่อนเลย   ก็ถึงตอนที่ขอแบบฟอร์มไปกรอกแล้วใช่ป่ะ

อันนี่ก็ไปสถานฑูตตั้งแต่เช้า  พอไปถึงก็ เจอคนแค่ สองสามคนเอง

คิดในใจว่า สงสัยคงไม่ค่อยมีคนไปมั่งเนี่ยประเทศกรีกเนี่ย(คิดผิดนะเนี่ย ลองอ่านไปเรื่อยๆแล้วจะรู้ว่าทำไมอันนี่คิดผิด)

ก็ได้แบบฟอร์มมาเรียบร้อย เอากลับมาลองกรอกที่บ้านดู เตรียมตัวเต็มที่ กะว่าจะไปยื่นวีซ่าวันศุกร์

แฟนก็บอกว่าส่งสำเนาพาสปอร์ต แล้วก็ไปแนะนำตัวมาให้ด้วย(เพราะ อันนี่จะไปกับแฟน)


แต่เรื่องมันมีอยู่ว่า ไอ้จดหมายแนะนำตัวของแฟนเนี่ย เค้าดันบอกวันหยุดไม่ตรงกับที่อันนี่ขอ

ตอนที่เช็คดู พอเห็นข้อมูลไม่ตรงกัน เท่านั้นแหละ โมโหมากกกกก   ย้ำ ว่า โมโหจริง จริง

เพราะ อันนี่เตรียมการทุกอย่างพร้อมแล้ว แต่ดันมาพลาดวันสุดท้าย วันที่จะไปยื่นวีซ่า

โกรธจนบอกแฟนว่า ไม่ไปมันแล้ว กรีก เกริก อะไรเนี่ย โมโห


ให้ แมเนเจอร์เซ็นใบลางานให้ใหม่, จองห้องพักใหม่

ทำใจให้สงบอยู่พักนึง แล้วก็เริ่มทุกสิ่งใหม่ , เปลี่ยนประกันการเดินทาง

(อันนี่ซื้อประกันของ บูพา BUPA ลองเช็คดูได้ที่ ก็เสียค่าประกันเสร็จสรรพ 1,445 บาท

สามารถเปลี่ยนวันเดินทางได้หนึ่งครั้ง แล้วถ้าวีซ่าไม่ผ่าน เค้าจะคืนเงินให้ แต่จะหักเอาไว้ 300 บาท

ก็ถือว่าแฟร์ ดีนะ ถึงไม่ผ่าน ยังไงเราก็ยังได้เงินคืน

พอเตรียมทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว (อีกครั้ง) แบบโมโหโมโห


วันพุธไปถึงสถานฑูตประมาณ 10 โมงเช้า , แฮะ วันนี้มีคนเยอะกว่าเดิม

ประมาณ 20 คนเห็นจะได้    ก็ไปงง งง นิดนึง ยืนสักพัก

แล้วไปถามตรง อินฟอร์เมชั่น บอกเค้าว่า มายื่นวีซ่าคะ

เค้าบอกว่า บัตรคิวหมดแล้วคะ มาใหม่วันศุกร์ มารับบัตรตอน เก้าโมงครึ่งนะคะ

คิดในใจ สถานฑูตอะไรวะ สัมภาษณ์ แค่วันละไม่กี่คน

อ่ะ นะคะ ก็ต้องรอกลับไปยื่นเอกสารใหม่ วันศุกร์   เฮ้อ จะได้ไปไม๊เนี่ย

ค่ะ วันศุกร์ก็ตั้งหน้าตั้งตารอเล้ย

ตื่นแต่เช้า แต่งตัวเรียบร้อย ออกจากบ้านประมาณ 8.45 เช้า โบกแท็กซี่ไปสาธรใต้ ตึกกรุงเทพประกันภัย

รถติดมากกกกกก กลัวว่าจะไปไม่ทัน เก้าโมงครึ่ง   แต่ในที่สุดพี่แท็กซี่ก็พามาถึงจนได้ 9.15 โอ้ ยังมีเวลาอีกตั้งสิบห้านาที

แต่ก็ไม่ชะล้าใจ ไปนั่งรอดีกว่า  พอเดินไปถึง มีคนนั่งรออยู่แล้วประมาน สี่ห้าคน   ก็เลยเดินไปหาที่นั่ง นั่งข้างๆพี่ผู้หญิงคนนึง


พอเก้าโมงครึ่ง เค้าก็ประกาศเรียกบัตรคิว ก็พากันกรูไปยืนต่อแถว   อันนี่ได้ เบอร์ สิบ

พอได้เบอร์เสร็จก็กลับมานั่งรอต่อ   นั่งสักพัก เค้าก็เริ่มเรียก เบอร์ หนึ่ง

คนเบอร์หนึ่งก็ ออกไปยื่นเอกสาร  เฮ้อ นานจัง ประมาณ ครึ่งชั่วโมงเห็นจะได้   กว่าจะถึงเรา สงสัย เที่ยงพอดี


เบอร์สิบ คะ ( ยะฮู้ เบอร์เรานี่น่า ดีใจ ) ก็เดินไปที่ ช่องกระจก มีช่องให้ยื่นเอกสาร นิดนึง

เค้าก็รับเอกสารเราไปแล้วก็ ตรวจๆดู เค้าเห็น พาสปอร์ตของแฟน ก็ถามว่า ไปเที่ยวกับแฟนหรือคะ

อันนี่ตอบว่า ใช่

แล้วเค้าก็ถามอีกว่า แฟนเฉยๆ ใช่ไม๊คะ

อันนี่บอกว่า อ้อ จะแต่งงานกันปีหน้าคะ

แล้วค่าวีซ่า บวกกับค่าแปลเอกสาร เป็น 3,210 บาท

(ค่าวีซ่า 2910 บาท และค่าแปลเอกสาร 300 บาท )  ตอนแรก งงๆ ทำไมมีค่าแปลเอกสาร

อ้อ ก็เพราะ สเตทเมนท์ หกเดือนเนี่ย มันดันมีภาษาไทย ก็เลยต้องแปล  อืม โอเค

ดูๆ เรียงๆ เอกสารสักพัก เค้าก็บอกว่า เดี๋ยวรอสัมภาษณ์เลยละกันนะคะ จะได้รู้ผลเลย

ตายละ นี่มันโชคดีหรือโชคร้ายวะเนี่ย ทำไมคนอื่นแค่ยื่นเอกสารแล้วกลับบ้านได้เลย

กลับไปนั่งที่ ทำใจสักพัก   นั่งรอ อีกประมาณ หนึงชั่วโมง

เพราะ มีคนที่ถูกโทรตามมานัดสัมภาษณ์ ประมาณ สองสามคน

พี่ผู้หญิงคนที่อันนี่นั่งข้างเค้า เค้าก็ถาม ว่าเป็นไงมั่ง ได้คุยกับพี่เค้านิดหน่อย

ได้ใจความว่า พี่เค้ายังเรียนอยู่มหาลัย มายื่นเอกสารเพื่อไปดูงานนิทรรศการ ที่นู่น

ยื่นแบบเป็นกรุ๊ป ประมาณ 14 คน พี่เค้าได้เบอร์ท้ายสุด

เออ พูดถึงบัตรคิว ตอนแจกบัตรคิว คาดว่ามีบัตรคิวไม่น่าจะเกิน สิบห้าใบ

เพราะตอนประมาณ สิบโมง มี คนเดินเข้ามา ขอบัตรคิว

แต่พนักงานบอกว่า บัตรคิวหมดแล้ว มาใหม่วันจันทร์ ชีก็คงจะอารมณ์เสียเน้อ

ก็คงหมือนอันนี่แหละ มาแบบไม่รู้อิโหน่อิเหน่ ก็เลยต้องเสียเวลาไปฟรี ฟรี หนึ่งวัน

ก่อนจะไปขอวีซ่า ช่วยเช็คดีดีก่อนนะคะ ถ้าไม่รู้ก็โทร โทรถามแหละ ไม่ต้องกลัว


(เดี๋ยวมาเล่าต่อ )

วีซ่ากรีก/วีซ่ากรีซ (part II)

วีซ่ากรีก (part II)

เอกสารที่ต้องประกอบในการขอวีซ่า ก็มี (อันนี่โทรถามทางสถานฑูตเลยนะ)

1. Passport (ตัวจริง แล้วก็ copy)

2. รูปถ่ายสี พื้นสีขาว 2 นิ้ว 2รูป

3. บัตรประจำตัวประชาชน กว่าจะได้ข้อนี้ นานมาก ที่นานก็เพราะว่า ถ้าบัตรประชาชนเราเป็นแบบเก่า (เหมือน รูป นี้)

เราก็ต้อง ออกเอกสารการแปลก่อน พร้อมกับมี สแตมป์ รับรองจากกระทรวงการต่างประเทศด้วย (ง่ายๆ ก็คือ ต้องไปจ้างเค้าแปล)

แต่ถ้าบัตรประชาชนเราเป็นแบบ สมาร์ทการ์ด แล้ว ก็ โอเค เพราะมีภาษาอังกฤษกำกับ

4. ใบรับรองงาน ระบุ เงินเดือน, ระยะเวลาการทำงาน, จะลางาน เมื่อไหร่ ,กลับมาเริ่มงานเมื่อไร

5. สมุดเงินฝาก กับ เสตทเม้นท์ 6 เดือน (นิดนึง พอดีอันนี่ถามทางสถานฑูตว่า ต้องมีเงินในแบงค์ประมาณเท่าไหร่ ถึงจะพอ

เค้าก็ใจดี อุตส่าห์ บอก ชีบอกว่า ต้องมี ประมาน 25oo บาท ต่อวัน คูณจำนวนวันที่เราไป

6. ใบรับรองการฝากเงิน จากธนาคาร (อันนี้ใช้เวลา ในการขอประมาณ สามวันทำการ ยังไง อย่าลืมเผื่อเวลานะ

7. ใบจองตั๋วเครื่องบิน (แค่จองนะ อย่าเพิ่งออกตั๋วจริงละ)

8. ใบจองโรงแรม

9. ซื้อประกันสุขภาพ วงเงิน 2,000,000บาท ก็ประมาณพันกว่าบาท

10.กรอกแบบฟอร์ม (ไปเอาแบบฟอร์มมากรอกดูก่อนก็ได้นะ)

11.ค่าวีซ่า ประมาณ สามพันบาท

อาคารกรุงเทพประกันภัย ชั้น9 สาทรใต้ กรุงเทพ

Tel: +6626791462

Fax: +6626791463

เดี๋ยวมาเขียนต่อ พรุ่งนี้อันนี่ จะไปขอแบบฟอร์มมาลองกรอกดู


เอาอีกแล้ว แฟนตัวแสบ บอกย้ำให้อันนี่โทรไปหา สถานฑูตกรีก อีกแล้ว คนที่อยากไปนะ คุณชายเดฟนี่เอง

ไม่ใช่อันนี่สักหน่อย   เอาวะ ตามใจแฟนสักหน่อย ไปทำวีซ่ากรีกก็ได้  แต่จะได้หรือไม่ได้ค่อยว่ากันอีกที

โทรไปตอน เที่ยงครึ่ง มีคนรับสายเสียง ดุดุ นิดนึง พออันนี่อ้าปากจะถามเรื่องวีซ่า ชีก็บอกว่า รบกวนโทรมาใหม่ตอนบ่ายสองนะคะ ตอนนี้เรากำลังยุ่งเรื่องเปิดรับวีซ่าอยู่    ไอ้เราก็ งง อะไรวะ กรูแค่จะถามนิดเดียว อืมแต่อันนี่ก็ไม่รีบอะไร ออกไปหาข้าวกินก่อนก็ได้

พอตอนบ่ายสอง โทรไปอีกรอบ  สงสัยป้าคนเดิม เลยบอกชีไปว่า คะที่โทรมาแล้วรอบนึงแล้วบอกให้โทรมาใหม่ตอนบ่ายสองนะคะ   ชีก็ โอ้ะ จำเสียงอันนี่ได้คะ   ก็เลยถามเลยว่าต้องใช้ ข้อมูลอะไรบ้างในการขอวีซ่าไปกรีก

อันนี่ก็ลองค้น เซิร์ทหาทางอินเตอร์เน็ตบ้าง แต่สรุปไอ้ที่ หาเนี่ยบางรายการก็ไม่ตรงกับทางที่ สถานฑูตบอกเลย

ขอบอกนืดนึงก่อนว่า ประเทศกรีกเนี่ย เป็นประเทศยุโรปที่อยู่ในกลุ่ม Schengen ซึ่งสามารถใช้ได้ใน 9 ประเทศสมาชิก เผื่อเกิดอยากไปเที่ยวโรม อิตาลี หรือที่ไหนต่อก็ได้


ข้อมูลนี้คัดลอกมาจากเว็บไซต์ของ กระทรวงต่างประเทศ เพื่อเป็นอีกช่องทางหนึ่ง ในการเข้าถึงข้อมูลของบุคคลทั่วไป


ชื่อทางการ สาธารณรัฐเฮลเลนิก

ประชากร 11 ล้านคน

ภาษา กรีก/อังกฤษ/ฝรั่งเศส

ศาสนา กรีกออร์ธอดอกซ์

เมืองหลวง กรุงเอเธนส์

หน่วยเงิน ยูโร (EURO)

อุณหภูมิโดยเฉลี่ย เม.ย.-มิ.ย. 14-22 องศาเซลเซียส

ก.ค.-ต.ค. 20-35 องศาเซลเซียส (และอาจสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส)

พ.ย.-มี.ค. อุณหภูมิจะต่ำกว่า 10 องศาเซลเซียส

และอาจติดลบ ทางตอนบนของประเทศมีหิมะตก

ส่วนในกรุงเอเธนส์ จะอยู่ระหว่าง 5-15 องศาเซลเซียส

ระบบการปกครอง ระบอบประชาธิปไตย (สภาเดียว)

ประมุขรัฐ ประธานาธิบดี (วาระ 5 ปี)


ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ 12 มีนาคม 2548

หัวหน้ารัฐบาล นายกรัฐมนตรี (วาระ 4 ปี)


ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ 11 มีนาคม 2547



อะโครโปลิส (Acopolis) มีโบราณสถานอายุกว่า 2,500 ปี อาคารรัฐสภาและอนุสาวรีย์ทหารนิรนาม ซุ้มประตูเฮเดรียน (Hadrian’s Arch) เขาลิกกาวิตโตส (Lycavitto Hill) และเขาฟิโลปาโปส (Filopappos Hill) ร้านค้าและตลาดนัดอย่างย่านปลาก้า (Plaka) และโมนาสตริอากิ (Monastriaki)


เทสซาโลนิกิ (Thessaloniki) โอลิมเปีย (Olympia) ซูนีออน (Sounion) ไมซีเน่ (Mycenae) เอปิดาฟโรส (Epidavros) ตลอดจนเกาะต่าง ๆ เช่น ครีต (Crete) โรดส์ (Rhodes) มิโคโนส (Mykonos) ซานโตรินี่ (Santorini) คอร์ฟู (Corfu หรือ Kerkyra) เป็นต้น



หน่วยราชการ เปิดทำการในวันราชการ 08.30-15.30 น.

ร้านค้า ร้านค้าส่วนใหญ่เปิดทำการวันจันทร์ พุธ เสาร์ 09.00-15.00 น.วันอังคาร พฤหัสบดี ศุกร์

09.00-13.30 น.และ 17.00-20.00น. ปิดวันอาทิตย์

ซุปเปอร์มาเก็ต เปิดทำการจันทร์-ศุกร์ 08.00-21.00 น.

เสาร์ 08.00-18.00 น.

ไว้ค่อยมาเขียนต่อว่า ทำวีซ่าต้องใช้อะไรบ้างนะ